RightLeft

และ เปลี่ยนเครื่อง

เชคอินที่เค้าน์เตอร์เพื่อขึ้นเที่ยวบินของดรุคแอร์ไปพาโร ภูฏาน ที่ท่าอากาศยานชางงี เทอร์มินัล 1

ผู้โดยสารที่ต้องการไปพาโร ภูฏาน โดยขึ้นเครื่องดรุคแอร์ KB501 กรุณาไปเชคอินที่ท่าอากาศยานชางงี เทอร์มินัล 1 แถวที่ 9 เชคอินเค้าน์เตอร์เปิดให้บริการ 2 ชั่วโมงก่อนเวลาเครื่องออก และ ปิด 50 นาทีก่อนเวลาเครื่องออกตามตาราง

กรุณาแสดงพาสปอร์ต (อย่างน้อยมีเวลา 6 เดือนก่อนหมดอายุ) ตั๋วอีทิกเก็ตจากดรุคแอร์ และ วีซ่าเข้าภูฏาน ที่เค้าน์เตอร์เชคอิน ผู้โดยสารที่ไม่มีพาสปอร์ต หรือ วีซ่าจะไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นเครื่องไปภูฏาน

ผู้โดยสารสามารถจองที่นั่งที่ต้องการได้เมื่อเชคอิน และ เจ้าหน้าที่เชคอินของเราจะพยายามบริการคุณอย่างเต็มที่ การจัดที่นั่งขึ้นอยู่กับว่าใครมาก่อนได้เลือกก่อนสำหรับตารางการเดินทางล่าสุดของดรุคแอร์ กรุณาไปที่ ท่าอากาศยานชางงี หน้ารายละเอียดผู้โดยสารขาออกสำหรับตารางการเดินทางล่าสุดของดรุคแอร์ กรุณาไปที่ ท่าอากาศยานชางงี หน้ารายละเอียดผู้โดยสารขาออก


Drukair Check-in Counter at Changi Terminal 1

เค้าน์เตอร์ทรานส์เฟอร์ของเที่ยวบินดรุคแอร์ไปพาโร ภูฏาน ที่ท่าอากาศยานชางงี เทอร์มินัล 1

ผู้โดยสารที่เปลี่ยนเครื่องไปพาโร ภูฏาน เดินทางโดยเครื่อง KB501 ควรไปที่ท่าอากาศยานชางงี เทอร์มินัล 1 ทรานส์เฟอร์เลานจ์ ดี เพื่อรับบอร์ดดิ้งพาส ทรานส์เฟอร์เลานจ์ ดีเปิดให้บริการ 2 ชั่วโมงก่อนเครื่องออกเดินทาง

ผู้โดยสารที่เปลี่ยนเครื่องต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีเวลาเพียงพอสำหรับการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างเทอร์มินอล ขอแนะนำให้มาถึงที่สนามบินชางงีอย่างน้อย3 ชั่วโมงก่อนที่จะออกเดินทางตามแผนกำหนดการของดรุคแอร์

กระเป๋าเดินทางจะถูกส่งไปที่ปลายทางโดยดรุคแอร์

สำหรับข้อมูลล่าสุด ดรุคแอร์มีข้อตกลงกับการบิรไทย (ทีจี) และ เอเชียอารา แอร์ไลน์ (โอแซด) และเราสามารถรับประกันว่าสัมภาระของคุณจะได้รับการส่งต่ออัตโนมัติผ่านสายการบินดังกล่าว

ผู้โดยสารที่เดินทางจากสายการบินอื่นมาต่อเครื่องของดรุคแอร์ควรขอป้ายเพื่อรับบริการส่งสัมภาระต่อเดียวที่ท่าอากาศยานที่คุณขึ้นเรื่องที่ต้นสาย หากสายการบินต้นสายของคุณไม่สามารถให้บริการนี้ได้ ผู้ดยสารจะต้องรับสัมภาระที่สายพาน และ นำไปเชคอินที่เทอร์มินัล 1 แถวที่ 9 ในกรณีนี้ เราขอแนะนำให้คุณเผื่อเวลาประมาณ 3 ชั่วโมงเพื่อต่อเครื่อง

Drukair Check-in Counter at Changi Terminal 1

จำนวนสัมภาระที่ให้ผ่านได้ และ จำนวนสัมภาระที่เกินเกณฑ์

สายการบินจำกัดน้ำหนักสัมภาระที่ 30 กิโลกรัมสำหรับผู้โดยสายชั้นธุรกิจ และ 20 กิโลกรัมสำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด สำหรับสัมภาระที่มีน้ำหนักเกิน จะมีค่าปรับ $10 เหรียญสิงคโปร์ต่อกิโลสำหรับเที่ยวบิน สิงคโปร์ – พาโร และ $7 เหรียญสิงคโปร์จากสิงคโปร์ – กัลกัตต้า

สกายวิวเลานจ์สำหรับผู้โดยสายชั้นธุรกิจ

สำหรับผู้โดยสารชั้นธุรกิจ (เจ คลาส) บนเครื่อง KB501 ผู้โดยสารสามารถใช้สกายวิวเลานจ์ใกล้กับทรานสเฟอร์เลานจ์ ดี เพื่อใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกหลังจากรับบอร์ดดิ้งพาสแล้ว

เขียนโดย Cipto Handoyo
blog comments powered by Disqus
Punakha