สถานที่สำคัญ


The most distinct and important structure in Bhutan, Dzongs (fortresses) are architectural masterpieces that dotted Bhutan. Each Dzongs are built on a site chosen for religious significance.

Bhutanese dzong architecture reached its zenith in the 17th century after the arrival of the great lama Zhabdrung Ngawang Namgyal. Each of the dzongs site were based on omens and visions. The dzongs were well sited with regard to their function as defensive fortresses. Hilltops or mountain spurs were usually chosen as a site to build dzongs, and if dzongs were built on the side of a valley wall, a smaller dzong or a watchtower is typically built directly uphill from the main dzong whose main purpose would be to keep the slope clear of attackers who might otherwise shoot downward into the courtyard of the main dzong below. The Dzongs are part of a network that defended the Kingdom against frequent invasions by Tibetans in the 17th century. Dzongs have stone foundations and walls of sand and clay bricks, and wooden beams are skilfully cut to fit most dexterously.

By tradition, dzongs are constructed without the use of architectural plans hence there is no blueprints of any of the dzongs. Instead a high lama who established each dimension by means of spiritual inspiration gave construction directions. Traditional Bhutanese architecture did not use any nail;s or iron bars. Dzongs serve as the religious, military, administrative and social centres of their districts and are often the site of an annual tsechu or other religious festivals.


จาการ์ ยูกัล ซอง Jakar Yugyal Dzong หรือปกติรู้จักกันในชื่อ จาการ์ซอง Jakar Dzong ตั้งอยู่ที่สันเขาทางเหนือของหมู่บ้านจาการ์ ณ หุบเขาชัมคา (Chamkhar) ในประเทศภูฏาน มีหลายข้อมูลเกี่ยวกับต้นกำเนิดที่แท้จริงของซอง บ้างเชื่อว่าซองถูกสร้างโดย Lam Ngagi Wangchuk (1517 - 1554) ซึ่งมาที่ประเทศภูฏานเพื่อเผยแพร่คำสอนของ Drukpa Kagyupa กล่าวกันว่ามีนกสีขาวตัวหนึ่งขึ้นไปเกาะที่ยอดของ จาการ์ซอง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องมงคล สอดคล้องกับเรื่องเล่าตามตำนานโบราณที่ว่า กลุ่มของลามะและผู้อาวุโสได้ทำการพิจารณาที่จะ .... อ่านต่อ »
พาโร ซอง คือสถานที่บริหารบ้านเมืองของเขตปาโร ปาโรซองถูกสร้างขึ้นเมื่อปี1644 ภายใต้คำสั่งของ Zhabdrung Ngawang Namgyal ชื่อเต็มของปาโรซอง คือรินปุงซอง (Rinpung Dzong) หมายถึง ‘ป้อมปราการแห่งกองเพชร’ Gyelchock เป็นผู้ก่อตั้ง พาโร ซอง Gyelchock และพี่น้องของเขา Gyelzom คือผู้สืบทอดของ Phajo Drugom Zhigpo ผู้ก่อตั้งโรงเรียน Drukpa Kagyupa ในประเทศภูฏาน Gyelzom ทำการก่อตั้งวัด Gangtakha ขณะที่ Gyelchock เดินทางไปยังประเทศทิเบตเพื่อศึกษาเรื่องเทววิทยาเมื่อ Gyelchock กลับมาจากทิเบตเขาไม่ได้รับก .... อ่านต่อ »
ซับดรุง นาวาง นัมเกล (Zhabdrung Ngawang Namgyel)ผู้ก่อตั้งของรัฐภูฏาน ทำการก่อสร้าง พูนาคา (Punakha Dzong) ใน ค.ศ. 1637 เดิมเป็นชื่อของ Puntang Dechen Phodrang Dzong ซึ่งหมายความว่าพระราชวังแห่งความสุขสำราญที่ยิ่งใหญ่ พูนาคา ซอง ถูกสร้างขึ้นในวันที่ 8 เดือน 8 ของปีวัวไฟใน ค.ศ. 1673 ทิเบตเข้าโจมตีซองใน ค.ศ. 1639 และ ค.ศ. 1644 ฝ่ายป้องกันได้ขับไล่การรุกรานสำเร็จ และเพื่อเป็นการรำลึกถึงชัยชนะ เทศกาลปีใหม่ได้มีการก่อสร้าง Yu Gyal Gonkhang Chen Mo "ศาลเจ้าที่ยิ่งใหญ่แห่งการป้องกันและชัยชนะ" พ .... อ่านต่อ »
รู้จักกันในชื่อ "ป้อมปราการแห่งศาสนาอันรุ่งโรจน์" Tashichho Dzong หรือที่รู้จักกันแพร่หลายว่าเป็น Thimphu Dzong มีโครงสร้างที่น่าประทับใจ เป็นที่ก่อตั้งคณะของรัฐบาลภูฏานและตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำ Wangchu (Thimphu) ซองแห่งนี้สืบสายมาจากอาคาร Dho Ngon (หินสีฟ้า) เป็นซองบนเนินเขาเหนือแม่น้ำทิมพูที่ Dechenphodrang ถูกตั้งโดยลามะ Gyalwa Lhanangpa เมื่อศตวรรษที่ 17 สาวกของลามะ Gyalwa Lhanangpa ถูกกำจัดโดย Zhabdrung Ngawang Namgyal และ Dho Ngon Dzong ได้ตกไปอยู่ในมือของ Zhbdrung โดยที่ Zhabdrun .... อ่านต่อ »
Trongsa Dzong หมายถึงซองบนปลายของ Dungkhar (ของประเทศที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงแห่ง Druk และ Dharm อมตะ) Trongsa Dzong ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นแม่น้ำ Mangdechhu Trongsa Dzong ก่อตั้งโดย Yingzin Ngagi Wangchuk ซึ่งเป็นทายาทของ Ngawang Chogyal และลูกศิษย์ที่เคารพนับถือของ Kuenkhen Pema Karpo ใน ค.ศ. 1541 เขาบำเพ็ญตนที่หมู่บ้านของ Yueli ใน Trongsa ห่างเพียงไม่กี่กิโลเมตรจากซองปัจจุบัน ระหว่างการทำสมาธิเขาเห็นโคมไฟด้านล่างของสันเขา Goenkhang ซึ่งเป็นบ้านของเทพพิทักษ์ Palden Lhamo (Mahakali) .... อ่านต่อ »
ซับดรุง นาวาง นัมเกล (Zhabdrung Ngawang Namgyel) ซึ่งคาดว่าอยู่ที่วัดซิมิลาคง (Chimi Lhakhang) ในเมืองภูนาคา (Punakha) เมื่อเขาได้พบกับชายชราคนหนึ่ง เขาอธิบายว่าแนวสันเขาในปัจจุบันของ วังดีโปรดรัง (Wangdue Phodrang) เปรียบเหมือน ‘ช้างนอนหลับ’ และบอกซับดรุงว่าเขาควรจะรวมประเทศเป็นหนึ่งเดียวโดยการสร้างซองที่ ‘คอ’ ของสันเขา ซับดรุงคาดว่าผู้ชราคนนี้จะเป็น เยเช กอนโป (Yeshey Gonpo หรือ มหากาลา (Mahakala)) จึงได้นำคำแนะนำของผู้ชรานี้ไปและส่งโดยตรงไปยังชนชั้นสูงเพื่อทำการศึกษาพื้นที่ในฐานะที่เป็นนักก .... อ่านต่อ »
ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน Phondey ในพาโร ซองแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นที่บนยอดเนินหินสูงชัน ทั้งสามด้านของซองถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันการเข้าถึงได้จากทางหุบเขาปาโรจากประเทศทิเบตและมันเป็นทางเข้าทางเดียว ซึ่งถูกป้องกันโดยหอคอยทั้ง 3 ที่สามารถมองเห็นได้อย่างเด่นชัด บางทีมันอาจจะเป็น Tenzin Drukdra ที่เป็นผู้สร้างซองนี้ใน ค.ศ. 1649 ตามคำสั่งของ Shabdrung Ngawang Namgyal เพื่อรำลึกถึงชัยชนะเหนือการบุกรุกจากทิเบต ในช่วงต้น ค.ศ. 1950 ดรุกยาล ซอง (Drukgyal Dzong) เกือบทั้งหมดถูกทำลายด้วยไฟ ดรุกยาล ซอง (Drukgy .... อ่านต่อ »

 


ดู: ภูฏาน#เฟียโดย โดยCipto Handoyo ภูมิศาสตร์ วัดทักซัง (Taktsang) ถูกรู้จักอย่างแพร่หลายว่าเป็นวัดรังเสือ ที่ตั้งอยู่ในเมืองปาโร (Paro) ประเทศภูฏาน วัดนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่คนส่วนใหญ่นิยมมาแสวงบุญในเทือกเขาหิมาลัย ประวัติความเป็นมา วัดทักซังถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1692 โดย Gyalse Tenzin Rabgye Gyalse Tenzin Rabgye เชื่อว่าเป็นร่างกลับชาติมาเกิดของ พระโพธิสัตว์ปัทมสัมภวะ ตามตำนานเชื่อว่า พระโพธิสัตว์ปัทมสัมภวะ (Guru Rimpoche) บินมายังสถานที่แห่งนี้จาก Khenpajong ประเทศทิเบต .... อ่านต่อ »
ชิมิลาคัง (Chhime Lhakhang) อยู่บนขอบของหุบเขาที่ได้ขยายตัวเอกงออกไปของหุบเขา Lobesa ซึ่งเป็นชายแดนของทิมพู Punakha และ Wangduephodrang มาบรรจบกัน ตั้งอยู่บนชั้นบนสุดของยอดเขาที่สามารถมองเห็น Puna Chhu Tsang, Chhime Lhakhang ล้อมรอบอย่างสง่างามด้วย Khas ทั้ง 9 หรือหมู่บ้าน Sosokha, Yuwakha, Gangmakha, Septokha, Sembjikha, Pachakha, Buewakha และ Gangkhar
 กาลครั้งหนึ่งเมื่อ Drukpa Kuenley เยือนประเทศภูฏานเป็นครั้งแรก ปีศาจที่ถูกเรียกว่า Loro Duem ที่อาศัยอยู่ในทางผ่านที่ปัจจุบันถูกเรียกว่ .... อ่านต่อ »
วัดแทงโก (Tango Goempa) มีความสำคัญทางศาสนาอย่างมากตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 ที่นี่เป็นบ้านของลามะ ผู้นำโรงเรียน Drukpa Kagyupa ของพุทธศาสนาไปยังประเทศภูฏาน วัดที่ถูกสร้างขึ้นที่นั่นในศตวรรษที่ 15 โดย Drukpa Kunley ("ผู้เคร่งพระเจ้า") วัดแทงโกเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ที่สูงที่สุดในประเทศที่นับถือศาสนาพุทธ สมเด็จพระสังฆราชทุกพระองค์ (หัวหน้าทางศาสนาของประเทศภูฏาน) สำเร็จหลักสูตร 9 ปี ที่นั่น หลังจากเสร็จสิ้นหลักสูตร พระสงฆ์จะยังคงอยู่ต่ออีก 3 ปี 3 เดือนและ 3 วันในการบำเพ็ญตนที่ Cheri Goemba .... อ่านต่อ »
วัดจัมเบ (Jambay Lhakhang) ได้รับการกล่าวว่าเป็นถึง 1 ใน 108 วัดที่สร้างขึ้นโดยกษัตริย์ทิเบต Songtsen Goenpo ในปี ค.ศ. 659 วันเดียวฝังปีศาจผู้หญิงลงยังผืนแผ่นดินตลอดไป ปีศาจที่นอนหงายอยู่นั้นก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการเผยแพร่ของพุทธศาสนาและวัดถูกสร้างขึ้นบนร่างกายของเธอที่แผ่กระจายไปทั่วทิเบต ภูฏานและขอบชายแดน วัดเหล่านี้ที่รู้จักกันดีที่สุดคือ Kichu ใน Paro, Jambay Lhakhang ใน Bumthang และ Jokhang ในลาห์ซา ประเทศทิเบต วัดอื่น ๆ ที่ไม่ค่อยรู้จักในประเทศภูฏานได้ถูกทำลายลง วิหารของ Jambay Lhak .... อ่านต่อ »
ในช่วงศตวรรษที่ 8 Sendhu Raja ผู้เป็นกษัตริย์แห่ง Bumthang ได้ล้มป่วยลงและเขาได้เชิญ Guru Rinpochhe ผู้ซึ่งนำพระพุทธศาสนาเข้ามาในประเทศภูฏานเพื่อที่จะรักษาเขา Guru Rinpochhe พบว่าการเจ็บป่วยของพระราชามีสาเหตุมาจากเทพแห่งเมืองท้องถิ่นรวมทั้ง Shelging Karpo ที่ทรงพลัง การหาสาเหตุของการเจ็บป่วย Guru ได้ขับไล่เทพเข้าไปในถ้ำและ Guru ทำการนั่งสมาธิภายในถ้ำเป็นเวลา 3 เดือน Guru ได้ทำการปราบเทพรวมทั้ง Shelging Karpo ที่ทรงพลัง และได้ทิ้งร่องรอยการประทับร่างของเขาเอาไว้ภายในถ้ำ ต่อมาจึงให้ชื่อว่า Ku .... อ่านต่อ »
วัดคิชู (Kyichu Lhakhang) เป็นวัดพุทธศาสนาในปาโร เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 7 โดยกษัตริย์ทิเบต Songsten Gampo มีเรื่องเล่ากันว่ามีปีศาจขนาดยักษ์ได้วางตัวทั่วพื้นที่ทั้งทิเบตและเทือกเขาหิมาลัยและป้องกันการเผยแพร่คำสอนของพุทธศาสนา การเอาชนะเธอ พระมหากษัตริย์ Songtsen Gampo ตัดสินพระทัยที่จะสร้างวัดทั้งหมด 108 แห่ง ซึ่งจะถูกวางไว้ในทุกจุดของร่างกายของเธอ วัดทั้ง 108 แห่งเหล่านี้ 12 วัดถูกสร้างขึ้นตามแผนได้อย่างแม่นยำ และแล้วมันก็เกิดขึ้นเมื่อประมาณปี ค.ศ. .... อ่านต่อ »

 


เส้นทางรู้จักกันดีในประเทศภูฏาน จุดชมวิวโดชูล่า (Dochula Pass) ตั้งอยู่ห่างจากเมืองทิมพูของประเทศภูฏานออกไปประมาณ 30 กม. เจดีย์ 108 แห่งถูกสร้างขึ้นโดยพระราชมารดาเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารภูฏานที่ถูกฆ่าตายจากการต่อสู้กับกบฏอินเดียในปี ค.ศ. 2003 ประเทศภูฏานถูกบังคับให้ขับไล่พวกกบฏแต่ว่าล้มเหลวที่จะทำเช่นนั้นอินเดียขู่ว่าจะเข้ามาในประเทศ พระมหากษัตริย์องค์ที่ 4 นำทัพอาสาสมัครประมาณ 7,000 คน เพื่อไปขับไล่พวกกบฏออกไปจากประเทศ แม้ว่าประเทศภูฏานต้องการที่จะสร้างนี้เจดีย์นี้เพื่อเป็นเครื่องหมายของชัยชนะ .... อ่านต่อ »
เจดีย์ กำซำ ยูเล นัมยัล (Khamsum Yulley Namgyal Chorten) ตั้งตระหง่านบนสันเขาที่สวยงามเหนือหุบเขา Punakha สมเด็จพระราชินี Ashi Tshering Yangdon Wangchuck ได้ทำการสร้างมันขึ้นมา มันต้องใช้เวลา 9 ปีในการสร้างและได้ใช้พระไตรปิฎกมากกว่าคู่มือวิศวกรรมในการสร้างวัด 4 ชั้นนี้ มันเป็นตัวอย่างที่ดีของสถาปัตยกรรมภูฏานและประเพณีศิลปะ วัดนี้ได้รับการทุ่มเทเพื่อคุณภาพชีวิตของอาณาจักร เพื่อผู้คนของมันและเพื่อสิ่งมีชีวิตทั้งมวล ต้องใช้เวลาไต่เขาขึ้นไปประมาณ 15-20 นาทีจากสะพานแขวน 

 เจดีย์ จะใช้เวลาในการเ .... อ่านต่อ »


เขียนโดย Cipto Handoyo